August 7, 2020
กติกาไก่ชนคาสิโนออนไลน์

กติกาไก่ชนคาสิโนออนไลน์

พนันไก่ชน (Cock Fighting) หรือตีไก่ พนันไก่ชนนั้นเป็นกีฬาพื้นบ้านเรียกได้ว่าเป็นการพนันตีเอาบ้านเอาเมืองกันเลย การแข่งไก่ชนนั้นอย่างที่บอกว่ามีกันมานานคนที่เล่นจะต้องเลี้ยงไก่ตีไว้เพื่อนำไปแข่งขันส่วนคนที่ดูก็จะขอไปเชียร์และวางเดิมพันแทน

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีจะทำอะไรก็สะดวกสบาย อยากแทงไก่ก็ไม่จำเป็นต้องไปถึงสนามเพียงแค่ สมัครผ่านเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ก็มีให้คุณได้เลือกเล่นตั้งแต่เกมเดิมพันพื้นบ้านจนไปถึงระดับสากล ซึ่งถ้าใครชื่นชอบในการเล่นพนันแล้วเป็นทางเลือกใหม่และทางเลือกที่ดีสำหรับคุณเชียวแหละ

การแทงไก่ชนจะต้องเข้าใจถึงอัตราการต่อรองด้วยซึ่งก็มีรูปแบบการเดิมพันที่หลากหลาย แล้วแต่ว่าเว็บคาสิโนออนไลน์ไหนเปิดรับแทงแบบไหน แต่โดยหลักแล้วก็จะมีราคาเสมอและราคาขยับไปที่ ราคา 5/4 ราคา 3/2 ราคา 7/4 ราคา 2/1 ราคา 5/2 ราคา 8/1 อาจจะไหลไปเรื่อยๆ จนถึงราคา 50/1 ก็อาจจะเกิดขึ้นได้

ตัวอย่างการเดิมพัน

– ราคาเสมอคือถ้าเราเลือกแทงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วชนะได้เงิน 1,000 บาท หาแพ้การเดิมพันก็จะเสียเงินเดิมพัน 1,000 บาท เช่นกัน

– ราคา 5/4 คือถ้าเราเลือกแทงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดิมพันที่ 800 บาทถ้าชนะก็จะได้ 1,000 บาท แต่ถ้าแพ้การเดิมพันก็จะเสีย 800 บาท

– ราคา 3/2 คือถ้าเราเลือกแทงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดิมพันที่ 400 บาทถ้าชนะได้เงิน 600 บาท แต่ถ้าแพ้การเดิมพันเสียที่ 400 บาท

– ราคา 2/1 คือถ้าเราเลือกแทงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดิมพันที่ 1,000 บาทถ้าชนะการเดิมพันได้ 2,000 บาท แต่ถ้าแพ้การเดิมพันเสีย 1,000 บาท

– ราคา 5/2 คือถ้าเราเลือกแทงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดิมพันที่ 600 บาท ถ้าหากชนะการเดิมพันได้ 1,500 บาท แต่ถ้าแพ้การเดิมพันเสีย 600 บาท

เราก็จะเห็นอัตราในการต่อรองการเดิมพันไก่ชนออนไลน์กันไปแล้วก็อาจจะช่วยให้พอจะเข้าใจอัตราการต่อรองในขั้นแรก ส่วนเมื่อถ้าหากเราเข้าสู่การเดิมพันในสนามจริงสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการสังเกตลักษณะต่างๆ ตามไก่ตัวที่เราจะตัดสินใจแทงเช่นการดูผิว หน้าตา ดวงตา เพราะไก่ที่มุ่งมั่นที่จะชนะ จะจิกไก่อีกตัวไม่เลิกต้องสังเกตดูดวงตาที่มุ่งเอาชัยชนะของไก่จากนั้นก็ดูบุคลิก ค่อยๆ ศึกษาและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

รู้ลึกรู้จริงเรื่องน้ำหอมสามารถทำเองได้ไม่ยาก

รู้ลึกรู้จริงเรื่องน้ำหอมสามารถทำเองได้ไม่ยาก

น้ำหอม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องประทินผิวที่สมัยนี้ได้รับความนิยมอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเด็ก ตั้งแต่วัยรุ่น จนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน ต่างก็หาน้ำหอมมาใส่กัน เพราะว่าน้ำหอมเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เสริมบุคลิกภาพของเราได้เหมือนกัน เราอาจจะเคยเห็นน้ำหอมมาเยอะมากตั้งแต่ในตลาดนัด จนถึง ห้างหรูกลางเมือง แต่เชื่อว่าเรารู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำหอมน้อยมาก รู้แค่ว่ามันหอมกลิ่นอะไรเท่านั้นเอง วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับน้ำหอมให้ฟังกัน

ส่วนประกอบของน้ำหอม

น้ำหอมประกอบไปด้วยอะไรบ้าง อาจจะเป็นคำถามง่ายๆที่หลายคนตอบไม่ได้ก็มี น้ำหอมนั้นเป็นสารละลายชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วยสองส่วนก็คือ หนึ่งน้ำมันหอม น้ำมันหอมทุกกลิ่นที่เราได้ก็มาจากส่วนประกอบตรงนี้ กับอีกส่วนหนึ่งก็คือ แอลกอฮอล์ สองอย่างนี้พอเอามาผสมกันจึงได้น้ำหอมอย่างที่เราใช้กันทุกวันนี้ โดยน้ำหอมจะมีระดับความเข้มข้นแตกต่างกันไป โดยเราจะแบ่งความเข้มข้นของน้ำหอมออกเป็น 3 ระดับก็คือ น้ำหอมที่มีความเข้มข้นที่ 15-18%, น้ำหอมที่มีความเข้มข้นที่ 4-8% และ น้ำหอมที่มีความเข้มข้นที่ 3-5% แต่น้ำหอมที่เราใช้กันในทุกวันนี้จะเป็นน้ำหอมที่ในระดับความเข้มข้น 4-8% มากที่สุด

วิธีการเลือกซื้อน้ำหอม

ทีนี้เราจะมาดูวิธีการเลือกซื้อน้ำหอมกัน บอกเลยว่ายากมากกว่าที่คิดเยอะเลย ส่วนหนึ่งเพราะว่าเราต้องเตรียมความพร้อมตัวเองด้วย ในกรณีที่จะไปซื้อน้ำหอม อย่างแรกเลย หากเรามีสไตล์หรือมีเป้าหมายของตัวเองแล้วก็คงไม่ยากไปซื้อได้เลยตามสไตล์ของเราเอง แต่ถ้าหากยังหาตัวตนไม่เจออันนี้ยากหน่อย เพราะว่าเราต้องหาก่อนว่าเราชอบแบบไหนสไตล์ไหน จะได้ซื้อน้ำหอมถูกใจ ควรไปลองดมกลิ่นจากตัวทดลองให้ครบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย

รู้สึกรู้จริงเรื่องน้ำหอมสามารถทำเองได้ไม่ยาก

มาว่ากันเรื่องการเตรียมตัวกันบ้าง ในกรณีที่เราจะต้องไปเลือกซื้อน้ำหอมนั้น สิ่งที่ควรปฏิบัติก็คือ ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป และไม่ควรจะออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอื่นจนเหนื่อยแล้วไปซื้อน้ำหอม เนื่องจากว่าตอนนั้นร่างกายของเราอาจจะเหนื่อยล้า จะทำให้การรับรู้กลิ่น ผิดเพี้ยนไป ทำให้เราอาจจะพลาดบางอย่างไปได้ นี่ยังไม่รับรวมถึงกลิ่นของอาหารที่ติดตัวทำให้กลิ่นได้รับผิดเพี้ยนไปด้วย

ทีนี้ตอนเลือกซื้อ เค้าจะมีบางส่วนให้เราทดลองดมกลิ่นของน้ำหอมด้วย สำหรับจุดที่เราควรจะฉีดเพื่อเช็คกลิ่นว่าถูกใจหรือไม่ นั่นก็คือ ข้อมือ นั่นเอง แต่ถ้าหากเราจะทดลองดมอีกกลิ่นก็ใช้ข้อมืออีกข้าง แต่ถ้ามากกว่านั้น แนะนำว่าให้ฉีดข้อมือแล้วไล่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆจะได้เปรียบเทียบกันได้ชัดเจน อย่าฉีดซ้ำลงไปที่เดิมเพราะมันจะทำให้กลิ่นตีกันไปหมด จนเราแยกไม่ออกว่ากลิ่นไหนเป็นกลิ่นไหน ทีนี้ตอนลองกลิ่นอย่าลืมเรื่องอาการแพ้ด้วย บางคนฉีดไปที่ข้อมือสักพักเกิดอาการคัน บวมแดง ขึ้นมาแสดงว่าร่างกายเราแพ้สารเคมีในน้ำหอมขวดนั้น อย่าใช้เด็ดขาด

วิธีเก็บรักษาน้ำหอม

น้ำหอมแต่ละขวดก็มีราคาแตกต่างกันไป บางขวดราคาแพงมาก วิธีการเก็บรักษาจึงสำคัญมาก เพราะหากเก็บไม่ดีน้ำหอมอาจจะสูญเสียกลิ่นของตัวเองจนเราต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดายเลยก็เป็นได้ คำแนะนำของการเก็บรักษาน้ำหอมก็คือ เราควรเก็บน้ำหอมไว้ในมืด เย็น เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด ความร้อน และ แสง หากเราไม่มีตู้เก็บน้ำหอมโดยเฉพาะ แนะนำว่าควรเก็บไว้ในตู้เย็นจะเป็นทางเลือกที่ดีสุด

สุดท้ายวิธีการใช้น้ำหอม ควรฉีดน้ำหอมลงไปในจุดชีพจรของร่างกายไม่ว่าจะเป็น ข้อมือ กระดูกไหปลาร้า ข้อพับต่างๆ จุดเหล่านี้จะทำให้น้ำหอมกลิ่นออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น ลองไปใช้กันได้

สอนการปรุงน้ำหอม สำหรับมือใหม่เข้าใจง่าย

สอนการปรุงน้ำหอม สำหรับมือใหม่เข้าใจง่าย

วงนี้หลายคนอยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเนื่องจากสถานการณ์โควิท 19 สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากจะได้ใช้เวลาดูหนัง ซีรีย์ ที่อยากดูแต่ก็ยังไม่ได้ดูสักทีแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่จะได้ทำในช่วงนี้ก็คือ การทำกิจกรรมต่างๆในบ้านที่อาจจะอยากทำนานแล้วแต่ไม่ได้ทำสักที อย่างทำอาหาร, งานฝีมือ, จัดบ้าน เป็นต้นวันนี้เรามีอีกหนึ่งกิจกรรมหนึ่งมาแนะนำกัน นั่นก็คือ การทำน้ำหอมใช้เอง

ทำน้ำหอมใช้เองดียังไง

การทำน้ำหอมใช้เองนั้นก่อนจะไปว่ากันว่า ทำยังไง เราจะมาบอกว่า ทำแล้วดียังไงก่อน ทำน้ำหอมใช้เอง มีข้อดีก็คือเราสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ กลิ่นใหม่ขึ้นมาได้เลย แถมยังเป็นกลิ่นที่เราชอบอีกด้วย ยังไม่รวมถึงการสร้างสรรค์อะไรที่แปลกแบบที่เราเองก็คงจะไม่กล้าซื้อมาใช้แน่นอน ถ้าทำเองมันก็น่าลองนะ ซึ่งน้ำหอมที่เราทำใช้เองนี้ แนะนำว่าควรเป็นน้ำหอมที่เราใช้ในช่วงเวลาอื่นๆนอกจากไปทำงาน(อย่างไปห้าง ไปเที่ยว หรืออยู่บ้านก็ได้) เพราะว่าน้ำหอมกลิ่นทำเองแบบนี้อาจจะมีกลิ่นเฉพาะตัวทำให้คนที่ได้กลิ่นตกใจได้ อีกทั้งความเข้มข้นของกลิ่นหากใช้ในวันทำงาน อาจจะทำให้เสื้อผ้าโดนสารน้ำหอมกัดจนเสื้อเป็นรอยด่างได้เหมือนกัน

อุปกรณ์เตรียม

เอาล่ะทีนี้ก็มาเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำน้ำหอมกันดีกว่า สิ่งแรกจะเป็นขวดทดลองสำหรับใช้ปรุงน้ำหอม 1 ขวด (ขวดนี้จะเอาไว้เป็นขวดผสมด้วย) ขวดบรรจุน้ำหอม 1 ขวด (ขวดนี้จะเอาไว้ตอนที่ทำเสร็จแล้ว จะใส่ไว้เพื่อใช้ฉีดจริง ขวดตรงนี้จะหนาหน่อย เพื่อความปลอดภัยและกันกลิ่นออก) สามสารละลายเจือจางและสายเร่งปฏิกิริยา, แอลกอฮอล์สำหรับผสมน้ำหอม, สีผสมน้ำหอม, สารตั้งต้นน้ำหอม

สอนการปรุงน้ำหอม สำหรับมือใหม่เข้าใจง่าย

วิธีการผสมน้ำหอม

ทีนี้มาว่ากันเรื่องผสมน้ำหอมกันบ้าง แนะนำว่า มือใหม่ควรจะเรียงลำดับกลิ่นที่จะผสมลงไปเพื่อจะได้ไม่สับสน เพราะหากหยิบผิดอาจจะทำให้ที่ผสมมาทั้งหมด เสียไปจนต้องทิ้งก็เป็นได้ เริ่มจากการเอากลิ่น middle note สักประมาณ 40 หยดเป็นตัวตั้งใส่ลงไปในขวดผสมน้ำหอมก่อน อาจจะเลือก Iris หรือ Jasmine ก็ได้ จากนั้นก็มาสู่ขั้นตอนการแต่งกลิ่นด้วยการใช้ Modify note อีก 5 หยด อย่างเช่น Iceberg เป็นต้น ตามด้วยกลิ่นประสาน อีก 20 หยด แล้วตามด้วย กลิ่นพืนหลัง Fixative note อีก 20 หยด จากนั้นผสมให้เข้ากัน

เมื่อผสมเข้ากันแล้ว นั่นเท่ากับว่าเราทำเสร็จไปแล้วประมาณ 80% เลยทีเดียว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการผสมส่วนประกอบอื่นเพื่อให้น้ำหอมทำงานได้ดีขึ้น โดยเราจะเติมสารเจือจาง, แอลกอฮอล์, และสีผสมน้ำหอม ตามต้องการ(แนะนำนิดหนึ่งว่า สีผสมอย่าใส่เยอะ ไม่งั้นสีของน้ำหอมมันจะเข้มเกินไปจนดูไม่น่าใช้งาน)  เสร็จแล้วเติมสารเร่งปฏิกิริยาหมักหัวน้ำหอม คนให้เข้ากันจากนั้นก็ใส่ลงในขวดปิดฝาให้แน่น (อันนี้สำคัญ) จากนั้นก็ปล่อยเอาไว้เพื่อให้มันหมักตัวเองอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยหยิบเอามาใช้งานจริง (ข้อแนะนำ อย่าเอามาฉีดก่อน เพราะน้ำหอมยังไม่ลงตัว)

จากใช้กับคน สู่ใช้กับห้อง

น้ำหอมใช้เอง หากเราใช้กับคนก็จะได้ผลอย่างหนึ่ง แต่หากเราผสมน้ำหอมคล่องแคล่ว เก่งแล้ว เรายังสามารถทำน้ำหอมเพื่อฉีดให้กลิ่นในห้องได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งเพียงแค่ปรับปริมาณให้เยอะขึ้นเท่านั้นเอง เอาล่ะช่วงนี้อยู่บ้านว่างๆ ก็ลองสั่งส่วนผสมมาลองทำเองกันดู ไม่แน่หากเราทำไปได้ดี อาจจะขยับขยายสร้างรายได้ให้กับตัวเองอีกทางหนึ่งก็เป็นได้น่าลองนะ

เห็นผลเร็ว 10 เซรั่มชุ่มชื่น บำรุงผิวหน้าให้ดูขาว เนียนใส

เห็นผลเร็ว 10 เซรั่มชุ่มชื่น บำรุงผิวหน้าให้ดูขาว เนียนใส

การดูแลผิวเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงให้ความสนใจ เราเชื่อว่าหลายคนลองใช้ครีมบำรุงมาหลายตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่พบกับตัวที่ถูกใจกับใบหน้าของเราซักที แถมบ้างครั้งยังเกิดอาการแพ้ตามมาอีกด้วย เพื่อนๆ คิดกันไหมว่าบางทีแค่ครีมบำรุงผิวเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถดูแลผิวพรรณของเราได้อย่างครบคลุม ทุกวันนี้เรามีนวัตกรรมในการดูแลผิวเกิดขึ้นใหม่มากมาย และสิ่งที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ก็คือ ‘เซรั่มบำรุงผิว’ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีความเข้มข้นสูง แต่มีอัตราการซึมซับเข้าสู่เซลล์ผิวหนังได้ดีกว่าเนื้อครีมหลายเท่า วันนี้เราจะมาแนะนำเซรั่ม 10 ตัว ที่จะมาเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวหน้าให้ดูขาวใส ไร้ริ้วรอย ไปดูกันเลยว่าจะมีตัวไหนที่เหมาะสำหรับสภาพผิวของเพื่อนๆ กันบ้าง

Yves Rocher – Elixir Jeunesse

เป็นเซรั่มที่มีสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ มีจุดเด่นอยู่ตรงที่สามารถซึมซับเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะในเมือง อีกทั้งยังช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยทำให้หน้าดูกระจ่างใส สามารถหาซื้อได้ในราคา 1,250 บาท

Sulwhasoo

เป็นเซรั่มจากเกาหลีที่ช่วยในการดูแลผิวหน้าโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนและความกระจ่างใสให้กับใบหน้า มีเนื้อเซรั่มที่ซึมซับเร็ว ไม่เหนียวเหนอะแหนะ แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย แม้ว่าจะมีราคาแพงไปหน่อยสำหรับตัวเลือกของเราในวันนี้ ด้วยราคา 6,500 บาท แต่ในด้านความคุ้มค่าเรียกได้ว่าจัดเต็มกันไปเลย

Boots Vitamin C

ถึงแม้ตัวจะเล็กแต่ความสามารถไม่น้อยเลยทีเดียว กับเซรั่มตัวจิ๋วที่จะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส ใช้ง่าย กลิ่นหอม ไม่เหนียวเหนอะแนะ ในราคาเบาๆ แค่ 70 บาท สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้าน Boots ทั่วไป เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูกันเลย คุณสมบัติเกินราคาสุดๆ

Trylagina Ultimate Collagen Serum

หลายคนยกให้กระปุกนี้เป็นยาอายุวัฒนะกันเลยทีเดียว เพราะมันมีคุณสมบัติในการลบเรือนริ้วรอย ช่วยให้ผิวดูเต่งตึงเหมือนวัยสาว ความลับคือส่วนผสมที่หายากที่ได้จากใต้ท้องทะเล ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าเป็น 10 เท่า ใครที่กังวลเรื่องริ้วรอยหรือร่องลึก แนะนำกระปุกนี้รับรองว่าเห็นผลทันแน่นอน

เห็นผลเร็ว 10 เซรั่มชุ่มชื่น บำรุงผิวหน้าให้ดูขาว เนียนใส

Olay White Radiance

อย่าปล่อยให้ผิวขาดการดูแลที่เหมาะสม ยิ่งอายุมากขึ้นผิวของเราก็มีแนวโน้มที่เสื่อมโทรมง่าย แถมสภาพแวดล้อมรอบตัวก็ดูจะแย่ขึ้นทุกวันๆ วันนี่เรามีตัวช่วยมาให้กับสาวๆ ที่กังวลกับเรื่องปัญหาผิวที่เสื่อมโทรมด้วย Olay White Radiance เซรั่มฟื้นฟูผิวที่จะช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ประกอบไปด้วย Vitamin B3, Sepitonic, Glycerin และ Xylitol ทั้งหมดนี้ก็เพื่อกระบวนการฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูแข็งแรงเหมือนเก่า สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในราคา 799 บาท

Loreal Youth Code Activating Ferment

ด้วยส่วนประกอบของ Ferment Seed 98% ช่วยในการลดเรือนริ้วรอยบนใบหน้า ให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง นอกจากนี้ยังช่วยเร่งการผลัดตัวของเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใส เหมาะสำหรับคนที่กังวลปัญหาเรื่องริ้วรอย นิ้วเซรั่มมีความเบาบาง สามารถซึมได้ไว ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะแหนะ หาซื้อได้ในราคา 849 บาท

Oriental Princess Natural Power C

เซรั่มวิตามินซี สกัดจากวิตามินซีบริสุทธิ์ 100% ช่วยเร่งการฟื้นฟูผิวแบบธรรมชาติ ลดปัญหาจุดด่างดำ รวมไปถึงสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ หาซื้อได้ในราคา 895 บาท

Innisfree The Green Tea Seed Serum

เซรั่มสารสกัดจากชาเขียว 75% ส่งตรงมาจากเกาะชจู ช่วยเพิ่มสารอาหารและความชุ่มชื่นให้กับผิว ทำให้ผิวสุขภาพดี เนียน กระจางใส่ หาซื้อได้ในราคา 1,000 บาท

Laneige White Dew Original Ampoule Essence

เซรั่มลดเรือนริ้วรอยจุดด่างดำ ช่วยปรับให้ผิวดูกระจ่างใส มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น Phyto Sugar Water หาซื้อได้ทั่วไปในราคา 2,000 บาท

Clarins Double Serum

จบปัญหาในขวดเดียวสำหรับคนที่อยากมีผิวที่เต่งตึง และอ่อนเยาว์ ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ 21 อย่าง พร้อมกับน้ำมันแยกสกัดพิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับผิวของคุณ ในราคา 3,700 บาท

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทนสาวเหลียว

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทนสาวเหลียว

น้ำหอมเป็นสิ่งที่ไม่เพียงจะช่วยดับกลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์ของเรา แต่ยังช่วยเพิ่มกลิ่นหอมที่ชวนเย้ายวนใจอีกด้วย หลายคนคิดว่าผู้หญิงเท่านั้นที่เหมาะกับน้ำหอม แต่สำหรับผู้ชายการใช้น้ำหอมนั้น ถือเป็นเรื่องที่ปกติและไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย วันนี้เรามีเทคนิคในการเลือกฉีดน้ำหอมอย่างไร ที่จะทำให้กลิ่นนั้นอยู่หอมติดทนนาน จนทำให้สาวๆ ทั้งหลายได้กลิ่นแล้วอยากจะต้องเข้ามาใกล้ชิด

วิธีการเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับตัวเอง

น้ำหอมแต่ละขวดไม่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน คนเรามีกลิ่นกายไม่เหมือนกัน บางครั้งกลิ่นของน้ำหอมที่ไปผสมกับกลิ่นตัวอาจทำให้น้ำหอมที่เคยได้กลิ่นจากคนอื่นว่าหอม แต่เอามาใช้เองกลับไม่หอม ดังนั้นจะต้องเรียนรู้ในการเลือกซื้อน้ำหอมอย่างเหมาะสม เรื่องนี้ไม่มีใครสามารถสอนได้ เพราะมันจะต้องลองผิดลองถูกจนกว่าจะได้สไตล์น้ำหอมที่เข้ากับตัวคุณ แต่เราสอนได้เพียงแค่พื้นฐานในการเลือกน้ำหอมเท่านั้น ซึ่งสามารถเอาไปต่อยอดต่อได้ในอนาคต ก่อนอื่นเลยนั้น น้ำหอมแต่ละชนิดมีความเจือจางไม่เท่ากัน ยิ่งเข้มข้นมากเท่าไหร่ กลิ่นก็จะติดนานหลายชั่วโมง แน่นอนว่าราคามันก็สูงตามขึ้นไปด้วย ได้แก่

1.Top Notes หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘Head Notes’ เป็นกลิ่นของน้ำหอมแรกที่ทุกคนจะได้กลิ่น โดยเฉพาะตอนฉีดออกจากขวด กลิ่นนี้จะอยู่ไม่นานมากนัก มันมีกลิ่นหอมอยู่นานประมาณ 20 นาที ก่อนที่กลิ่นจะค่อยๆ จางหายไปเอง

2.Middle Notes เป็นกลิ่นที่เราจมูกของเราจะได้สัมผัสถัดมาจาก Top Notes เป็นหัวใจของน้ำหอมทุกชนิด เพราะเป็นกลิ่นหอมที่อยู่บนร่างกายของเราได้นานที่สุด 6 ชั่วโมง จากนั้นกลิ่นจะค่อยๆ จางไป

3.Base Notes เป็นกลิ่นที่อยู่ติดกับตัวเราไปตลอดทั้งวัน ประกอบไปด้วยโมเลกุลพิเศษที่ละเหยช้า ทำให้มันสามารถอยู่ติดทนนานได้เกือบ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

การตามหาน้ำหอมที่ถูกใจไม่ใช่ว่าจะจบลงในวันเดียว บางคนอาจใช้เวลาหลายวัน ในขณะที่บางคนใช้เวลาเป็นเดือน สิ่งที่แนะนำคืออย่าฉีดน้ำหอมใส่ตัวเอง เพราะเวลาลองน้ำหอมกลิ่นอื่นจะทำให้มันตีกันเอง แนะนำให้ฉีดใส่กระดาษตัวอย่างเอาไว้ แล้วจึงค่อยเก็บมาลองดมเมื่อถึงเวลาผ่านไปแล้ว สังเกตว่ากลิ่นเจือจางลงไปมากน้อยแค่ไหน และถูกใจเรามากน้อยแค่ใด ขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เพราะถ้าเจอตัวที่ใช่แล้ว เราจะสามารถใช้มันไปได้ตลอดชีวิตของเราเลย

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทนสาวเหลียว

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้หอมนานตลอดทั้งวัน

เทคนิคในการฉีดน้ำหอมที่แนะนำ คือการฉีดหลังอาบน้ำเสร็จ เพราะหลังจากอาบน้ำเสร็จมา รูขุมขนของเราจะเปิดกว้างขึ้นทำให้ดูดซับกลิ่นน้ำหอมเข้าไปสู่ร่างกายได้ดี อย่าลืมเช็ดตัวให้แห้งดี เพราะการที่มีน้ำหลงเหลืออยู่บนร่างกาย จะไปลดประสิทธิภาพในการซึมซับของน้ำหอม หรือก็คือมันไปกั้นไม่ให้น้ำหอมเข้าไปนั่นเอง จุดที่แนะนำให้ฉีดได้แก่ ข้อมือ หรือ ช่วงลำคอ เป็นจุดที่ความร้อนระเหยออกจากร่างกายมากที่สุด ทำให้กลิ่นของน้ำหอมลอยออกตามมาด้วย ลองมาดูความเชื่อผิดๆ ที่หลายคนเชื่อกันดีกว่า ดูสิว่าคุณจะเป็นหนึ่งในนั้นไหม

1.น้ำหอมถ้าปล่อยไว้นานจะหมดอายุ ในความเป็นจริงแล้วบนขวดไม่ได้ระบุวันหมดอายุเอาไว้ เพราะตามหลักการแล้วมันไม่มีวันหมดอายุ แต่จะมีกลิ่นที่จางลงหลังผ่านไปนานๆ

2.ควรเอาข้อมือขัดกันหลังฉีดน้ำหอม ช่วยให้กลิ่นติดทนนาน ในความเป็นจริงมันไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากจะทำให้น้ำหอมจางเร็วขึ้น

3.ผู้หญิงใช้น้ำหอม ผู้ชายใช้โคโลญจน์สาเหตุส่วนใหญ่มีใครรู้ไหมว่าเพราะอะไร นั่นก็เพราะว่าโคโลญจน์ของผู้ชายมีอัตราหัวน้ำหอมที่น้อยกว่า เพราะผู้ชายไม่จำเป็นต้องหอมฟุ้งเหมือนกับผู้หญิง แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้ชายจะใช้น้ำหอมไม่ได้